เคยมีปัญหาไม่รู้จะจัดการไอเดีย ความรู้ที่เรียนมา หรือไม่รู้จะ articulate ไอเดียออกมายังไงมั้ยคะ วันนี้แอดมินจะพามารู้จักกับ CODE และ PARA Method ซึ่งเป็นวิธีจัดการความรู้อย่างเป็นระบบ เข้าใจง่าย ถ้าทำเป็นแล้วจะไม่สับสนในชีวิตอีกต่อไปค่ะ
เนื้อหาวันนี้มาจากการเรียน Data Science Bootcamp #11 Sprint 2 เนื้อหา based on หนังสือชื่อ Building a Second Brain นะคะ 😀

สมัยก่อนมี commonplace book ที่นักปราชญ์ไว้ใช้จัดการกับความรู้โดยการจด ส่วนในฝั่ง Academic มี PKM (Personal Knowledge Management) สำหรับจัดการความรู้มานานเป็นสิบๆ ปีแล้ว
Tiago Forte ผู้เขียนหนังสือ Building a Second Brain ได้นำ concept เหล่านั้นมาทำเป็นระบบใหม่ชื่อว่า CODE ย่อมาจาก Capture Organize Distill Express เป็นอีกหนึ่ง concept ในการจัดการความรู้ที่เข้าใจไม่ยากเลยค่ะ
โดย C ตัวแรกของ CODE มาจาก Capture ให้เลือกสิ่งที่อยู่ในลิสต์คำถาม 12 ข้อของเรา หรืออาจจะกี่คำถามในชีวิตเราก็ได้ค่ะ เช่น ทำยังไงเราถึงจะเป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น พอเจอข้อมูลเรื่องนี้ก็ capture เก็บไว้เลย แน่นอนว่าลิสต์คำถามและสิ่งที่จะตอบโจทย์ทุกคนย่อมแตกต่างกันออกไปค่ะ
ส่วนตัว O ใน CODE มาจาก Organize หลังจากเรา Capture สิ่งที่เป็นประโยชน์กับเรามาแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการ organize ค่ะ Tiago ใช้ระบบที่เรียกว่า PARA Method ซึ่งแต่ละตัวย่อมาจาก Project Area Resource และ Archive โดยของที่อยู่ใน folder แต่ละอันสามารถยักย้ายถ่ายเทได้ตามความเหมาะสม เช่น Project ที่เสร็จแล้วก็ไปอยู่ใน Archive เป็นต้น ซึ่งจะกล่าวถึง para method ต่อไป โดยให้รายละเอียดทีละตัวนะคะ
PARA Method : เป็นระบบย่อยในขั้นตอน organize ของ CODE โดย Project หมายถึงสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้ มีช่วงเวลาเริ่มและจบ เช่นการเรียนบู๊ทแคทป์ ส่วน Area หมายถึงสิ่งที่ทำไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เช่นการจัดการการเงินที่ต้องทำไปตลอด Resource หมายถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ได้อยู่ใน Area หรือ Project และตัวสุดท้ายคือ Archive คือสิ่งที่ไม่ได้อยู่ใน 3 folders ก่อนหน้า หรือเป็น Project ที่ทำเสร็จแล้ว

Distill นำสิ่งที่ capture มาทำ progressive summarization หรืออีกชื่อเล่นว่า highlight 2.0 จะมี 4 ขั้นตอนที่ไม่ยากเลยค่ะ คือการ capture -> Bold -> Highlight -> สรุป หรือถ้าขยายความก็คือเริ่มจากนำสิ่งที่ Capture มาทำตัวหนาในส่วนที่เห็นว่าสำคัญ ก่อนจะไฮไลท์ตัวหนาที่สำคัญอีก หลังจากนั้นให้เราสนใจเฉพาะส่วนของไฮไลท์และนำมาเขียนสรุป จะได้เป็นสรุปฉบับเราเอง โดยที่การสรุปให้ใช้ attitude ว่าสรุปเพื่อตัวเราเองในอนาคต ตอนนี้ใช้เวลาหน่อยแต่ถ้าตัวเราในอนาคตกลับมาอ่านอีกครั้งก็จะรู้เรื่องและเข้าใจ ก็จะไม่ต้องเสียเวลาอ่านทั้งหมดอีก อ่านแค่สรุปก็พอแล้ว
Express คือการแชร์ออกไปโดยไม่ต้องกลัวว่าจะสั้นไปหรือเราทำดีรึยัง เพราะยิ่งแชร์ชีวิตจะยิ่งดีและฝีมือพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเราสะสมงานไว้เยอะๆ บวกกับ creativity จะทำให้เราสร้างผลงานที่มีความแตกต่างออกมาได้ อย่าติดกับดักความกลัวค่ะ
หวังว่าผู้อ่านอ่านแล้วจะชอบหรือได้ประโยชน์กันนะคะ เนื่องจากบล็อกนี้เป็นเวอร์ชั่นสรุปรวบตึง อาจจะมีส่วนไหนที่ผู้อ่านยังไม่เข้าใจ ยังไงสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือ Building a Second Brain ได้เลยนะคะ

Leave a comment